
เช้าวันนึงขณะกำลังนั่งกินกาแฟและนั่งฟังเพลง Symphony No.18 in F-Allegro เสียงไวโอลินแทรกซึมผ่านโสตประสาทท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ผู้คนเร่งรีบไปทำงาน นักเรียนได้เรียน นศ.ตื่อนสายรีบเข้าเลคเชอร์ ความรีบเร่งของเมืองใหญ่ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากเราช้าลงหนึ่งนาทีจะเป็นยังไง คนไปทำงานาสาย นักเรียนไปเรียนไม่ทัน นศ.ตื่นสายไปเข้าเลคเชอร์ไม่ทัน... ทุกวันนี้เราอยู่กับความรีบเร่งจนเกินพอดีหรือเปล่า จนเราหาความสมดุลของชีวิตไม่ได้แล้ว เรานั่งนิ่งๆเฉยๆไม่เป็นแล้ว ดื่มด่ำกับธรรมชาติไม่ได้แล้ว เรามุ่งหาแต่ความอยู่รอดเพียงอย่างเดียว การอยู่ร่วมเป็นไปอย่างลำบากเบียดเบียนได้ก็ทำ คนปัจจุบันอยู่่รอดเพีียงอย่างเดียวไม่คิดอยู่ร่วมกันสักเท่าไร ยิ่งจะอยู่อย่างมีความหมายยิ่งยากเข้า เราเอาคนอื่นมาเป็นตัวกำหนดเราทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ไม่ว่าจะเดินนั่งยืนเราก็ต้องแคร์สายตาคนอื่น.... เกิดคำถามขึ้นในใจมากมายตามมา ว่า ทำไม นั่นสิทำไมละ หรือเราสร้างพันธนาการมาครอบตัวเองไว้ ผูกมัดทั้งตัวเราและคนอื่น บางครั้งเราก็แยกไม่ออกระหว่างความเป็นตัวเราหรือตัวคนอื่นกันแน่ แยกไม่ออกจนกระทั่งเราสูยเสียความเป็นตัวเราไปเลย ... กลับมาถามตัวเองอีกว่า ทำไม จริงๆเรารักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นหรือเปล่า เราพยายามสร้างพันธนาการมาพันกันไว้ โดยไม่ได้คิดต่อไปว่า ฉันหรือเธอต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ จริงๆหรือ บางทีการได้ลองอยู่คนเดียวบ้างชีวิตก็คงจะดีบ้าง ได้ย้อนกลับมาถามตัวเองบ้าง ว่าเราทำอะไรกันอยู่ตอนนี้ เพื่ออะไร และเพื่อใคร ลองได้อยู่กับปัจจุบันดูบ้าง ไม่กังวลกับอดีตที่ผ่านมา หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้สำรวจตัวเองบ้าง หยุดเข้าใจคนอื่นสักพัก กลับมาดูแลตัวเองบ้าง ห่างหายไปจากเด็กน้อยที่อยู่กับเรามานาน คุยกับเด็กน้อย เล่นกับเด็กน้อย ถามไถ่เด็กน้อย บอกรักเด็กน้อย ฉันรักเธอ....
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น