ช่วงนี้อ่านหนังสือสองเล่มสลับกันไป
อ่านนีล กบฏชั่วนิรันดร์ กับอีกเล่มก็ เกอร์ทรูด นวนิยายของเฮอร์มานน์ เฮสเส
ความคล้ายคลึงของทั้งสองเล่มก็น่าจะเป็นความคิดที่แตกต่าง
ของตัวละครทั้งสองคน คนนึงเป็นชีวิตจริง
แต่อีกคนเป็นตัวละครในนวนิยาย
ซึ่งทั้งคุ่ต่างค้นหาตัวตนของตัวเองและด้วยวิธีของตัวเอง
ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นยัดเยียดให้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา
หรือความคิด แต่อาจต่างกันตรงที่
นีลเป็นเด็กที่ถูกกดดัน และออกจะดูเก็บกดสักหน่อย
แต่คุห์นเป็นเด็กที่ดูออกจะสบายด้วยฐานะทางบ้าน
และการเลี้ยงดู ต้องค่อยๆอ่านไปเรื่อยละ
เมื่อเช้าได้มีโอกาสอ่านนีลต่อ
ก็จะเล่าเรื่องของนีลต่อ
ชีวิตในวัยเด็กของนีลดูลำบากลำบนพอสมควร
เนื่องจากพ่อของนีลเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน
ในหมู่บ้านที่เขาอยู่ เขาเป็นตัวอย่างของคนในหมู่บ้าน
ทั้งที่เขาเองก็อาจไม่อยากเป็นสักเท่าไร
เขาไม่ดื่มเหล้า และไม่เคยหยุดงาน
ความจริงพ่อของนีลเองก็อาจจะรู้สึกกดดันด้วย
เพราะแม่ของนีล แมรี่ เธอเป็นแม่บ้านที่มีความทะเยอทะยานมาก
เธอต้องดูดีในสายตาของคนอื่น
และเธอก็ยังให้ทุกคนในบ้านต้องดุดี
เป็นผู้ดีอยู่เสมอ แมรี่ไม่ยอมให้พวกลูกๆออกไปเล่นกับ
พวกลูกๆชาวนาเพราะเธอถือว่าคนละชั้นกัน
แต่นีลกลับชอบที่จะไปอยู่เล่นกับพวกชาวนามากกว่า
เพราะนีลคิดว่ามันมีอะไรน่าสนุกอยู่ในการทำงานที่แสนหนักนั้น
และเขามักจะถูกต่อว่าบ่อยๆ
แมรี่ยังห้ามพ่อของนีลไม่ให้ออกไปเล่นกีฬาของหมู่บ้านกับเพื่อนๆ
เพราะเห็นเป็นเรื่องที่น่าเสื่อมเสีย
แล้วก็มาถึงตอนที่นีลจะต้องเข้าโรงเรียน
เขาต้องเดินไปโรงเรียนระยะทางสองไมล์กับพ่อ
เพราะแม่เขาไม่ให้ถีบจักรยานไปเพราะมีแต่ชาวนาเท่านั้นที่ถีบ
การเรียนของเขาก็ค่อนข้างแย่
เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทนเรียนในสิ่งที่มันไม่สนุกเอาเสียเลย
ต้องเรียน ครน. หรม. ไปทำไม
อ่านมาถึงตอนนี้ก็มาคิดถึงเด็กสมัยนี้เหมือนกัน
เรารู้ได้ไงว่าเด็กอยากเรียนอะไรไม่อยากเรียนอะไร
แล้วรู้ได้ไงว่าสิ่งที่เราให้เขารู้เขาสามารถ
เอาไปใช้ประโยชน์กับชีวิตของเขาได้ทั้งหมด
...
ทุกวันนี้เราอยู่เพื่ออะไร
เพื่อความอยู่รอดเท่านั้นหรือ
แล้วชีวิตมีความหมายอะไรหลงเหลือบ้างละ
แล้วเราเอาแต่อยู่รอดแล้วไม่คิดอยากจะอยู่ร่วม
กับคนอื่นๆบ้างหรือ
..
......
ตัวตน ตัวตน ตัวตนตัวตนส่วนใหญ่ของเรามักจะอยู่ในโหมดปกป้อง
เมื่อเรารู้สึกไม่ปลอดภัยรู้สึกไม่เป็นมิตรรู้สึกถูกคลอบงำรู้สึกๆๆๆๆ
เรา...จะไปอยู่ในโหมดปกป้องโหมดปกป้องใช่ว่าจะไม่ดี
เพียงแต่ว่าเราเข้าใจ รับรู้ ยอมรับกับสิ่งที่เรียกว่า"โหมดปกป้อง"ได้แค่ไหน
หากเรารู้เยอะ หมายถึงเรารู้สึกตัวได้เร็วว่าโหมดปกป้องมันกำลังมา
อย่าไปฝืน เพราะถ้าฝืนจิตไร้สำนึกเราก็จะสร้างโหมดขึ้นมาใหม่
ขอเพียงรู้ รับรู้ และอยู่กับมันอยู่โดยไม่ต้องฝืน
อยู่โดยไม่ต้องกังวลอยู่โดยไม่ขัดแย้ง
ยอมรับในสิ่งที่เรากำลังเป็นการเรียนรู้ก็จะเกิด เ
ราจะผ่านและจะก้าวต่อไป ....สู่บทเรียนใหม่
ที่กำลังจะมาถึง
บทเรียน..
ฉันซึ่งตอนนี้ก็กำลังอยู่ในโหมดปกป้อง
ฉันยอมรับ..แต่ฉันจะอยู่กับมัน
ต้องอยู่ให้ได้ฉันบอกตัวเอง
และมันจะต้องผ่านพ้นผ่านพ้นเพื่อค้นพบ(ชอบคำนี้จัง^^)
และก้าวสู่บทเรียนใหม่
แต่การก้าวผ่านก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยตอบไม่ได้ว่ะ
เพราะก็ยังสับสนอยู่....ค้นหาตัวเองต่อไป
วันจันทร์, เมษายน 6, 2009
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น